คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมภาคประชาชน

Board of Trustees of the merit system protection.

ระบบคุณธรรม(Merit system) VS ระบบอุปถัมภ์(Partronage System)

ระบบคุณธรรม(Merit system) VS ระบบอุปถัมภ์(Partronage System)

Merit system หรือ ระบบคุณธรรม นั้นเกิดขึ้นจากการที่ผู้ปกครองได้โดยอาศัยอำนาจสิทธิขาดประกอบกับหลักธรรมของผู้บังคับบัญชาแต่ละคน ซึ่งนำไปสู่การบริหารงานเพื่อประโยชน์ของคนเพียงจำพวกใดจำพวกหนึ่ง รวมไปถึงการใช้อำนาจในเลือกคัดเลือกบุคคลเข้ารับ บรรจุ ตำแหน่ง โดยไม่ได้คำนึงถึงความสามารถของบุคคล ก่อให้เกิดการใช้ตำแหน่งแสวงหาอำนาจ เกิดความไม่มั่นคงและไร้ประสิทธิภาพ   ซึ่งการจัดการบริหารงานบุคคลตามระบบคุณธรรมมีความมุ่งหมายที่จะให้ข้าราชการได้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของรัฐในการเอื้ออำนวยบริการเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยการบริหารงานบุคคลโดยยึดหลัก ระบบคุณธรรมนั้น มีแนวคิดที่ยึดเป็นหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติ 4 ประการคือ 1. หลักความเสมอภาค (Equality) 2. หลักความสามารถ (Competence) 3. หลักความมั่นคง (Security) 4. หลักความเป็นกลางในทางการเมือง (Political neutrality)

ประโยชน์ของการบริหารบุคคลโดยใช้ Merit System

1. เป็นการส่งเสริมเกียรติภูมิของข้าราชการหรืออาชีพรับราชการ ทำให้งานราชการได้รับความสนใจจากผู้มีความรู้ความสามารถสูง ราชการก็จะได้คนดีเข้ามาทำงาน

2. สนับสนุนแนวคิดและแนวทางปฏิบัติตามระบอบประชาธิปไตย โดยการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปผู้มีความรู้ความสามารถ ได้มีสิทธิเท่าเทียบกันในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ

3. ให้ความคุ้มครองแก่ข้าราชการเพื่อให้มีความมั่นคงในการรับราชการ

4. ส่งเสริมให้ข้าราชการทำงานไปได้ด้วยดีเนื่องด้วยตระหนักถึงความเป็นธรรมที่ตนได้รับจากการทำงาน

ระบบอุปถัมภ์ ระบบตรงข้ามกับ ระบบคุณธรรม?

ระบบอุปถัมภ์  (Patronage System) หรือบางคนเรียกว่า ระบบเน่าหนอนชอนไช ซึ่งดูจะตรงข้ามกับระบบคุณธรรมนั้นยังมีชื่ออื่นที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น ระบบเล่นพรรคพวก (Spoils System) ระบบเลือกที่รักมักที่ชัง(Favoritismระบบวงศาคณาญาติ (Nepotism) ระบบเหล่านี้เป็นระบบที่ไม่ยึดถือหลักเกณฑ์ของระบบคุณธรรม แต่จะยึดถือความพึงพอใจของบุคคลที่ใช้ระบบเป็นสำคัญ มิได้คำนึง ความเสมอภาค ความรู้ความสามารถ ความมั่นคง และความเป็นกลางทางการเมือง  จึงอาจกล่าวได้ว่ามีลักษณะตรงข้ามกับระบบคุณธรรม อย่างไรก็ตาม  การเข้าใจระบบอุปถัมภ์เป็นเพียงระบบที่ก่อให้เกิดเน่าหนอนชอนไชในองค์การ และก่อให้เกิดผลเสียแก่ระบบราชการเสมอไปก็จึงจะดูคลาดเคลื่อนเกินไป กล่าวคือ ระบบอุปถัมภ์ สามารถเป็นอุปกรณ์หรือส่วนเสริมของระบบคุณธรรมได้ เพื่อให้การบริหารราชการเรียบร้อยสมบูรณ์ขึ้นได้เช่น

1. การทำให้เกิดการคัดเลือกบุคลากรเข้ารับราชการในระดับสูง หรือบรรจุในแนวข้าง(Lateral entrance) เพราะระบบคุณธรรมจะเริ่มบรรจุบุคคลในระดับต่ำแล้วค่อยๆเลื่อนขึ้นไปเป็นระดับสูง

2. การสนับสนุนจากทางภาคการเมือง ช่วยทำให้การบริหารงานประจำทำไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

3. เนื่องด้วยบริบทของการบริหารงานยุคใหม่ จึงทำให้การบริหารราชการมีแนวทางไปในทางบริหารงานธุรกิจมากขึ้นเพื่อเพิ่มผลิตผล การใช้การปฏิบัติตามระบบคุณธรรมในบางครั้งจึงเป็นการล่าช้า เช่นการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบคัดคนตามระบอบคุณธรรม

ในระบบราชการของไทยนั้นมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบคุณธรรมที่เห็นได้ชัดเจนนั่นก็คือสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ สำนักงาน ก.พ. นั่นเอง ซึ่งสำนักงานนี้ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนถึงพันธกิจของตนเองว่า “พิทักษ์ระบบคุณธรรมในราชการพลเรือน เสริมสร้างมโนสุจริตและความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการที่มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม” ทั้งนี้ทั้งดูได้จาก วิธีการคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานของข้าราชการในการบรรจุเข้ารับตำแหน่งทางราชการ ระเบียบกฎเกณฑ์และระเบียบวินัยทางราชการตลอดจน ระบบรักษาคุณธรรมที่มีอยู่ในสำนักงาน ก.พ.

สถานการณ์ปัจจุบัน  สังคมมีความยุ่งยากและหลากหลายมากขึ้น  ข้อมูลข่าวสารรวดเร็วขึ้นจนบางครั้งภาคราชการอยู่ในฐานะเป็นผู้ตาม  สำนักงาน ก.พ. เห็นว่าควรมีอนุกรรมการวิสามัญ (อ.ก.พ.)  ที่ทำหน้าที่เข้าไปอุดช่องว่างที่กฎหมายเข้าไปไม่ถึง     และแม้ว่าปัจจุบันจะมีคณะกรรมการวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ทำหน้าที่ลักษณะนี้ด้วย แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องมีการพิจารณาข้อกฎหมายว่าจะรับเรื่องได้หรือไม่เสียก่อน  หากติดขัดหรือจำกัดด้วยข้อกฎหมาย  ก็จะไม่สามารถพิจารณาถึงข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งความทุกข์ของข้าราชการได้

บรรณานุกรม

Frances Gottfried, The Merit System and Municipal Civil Service : A Fostering of Social Inequality, Greenword Press, London, 1988

Willy McCourt, Public Appointments: from Patronage to Merit, University of Manchester

สร้อยตระกูล อรรถมานะ, สาธารณบริหารศาสตร์, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2533

ปรีชา นิศารัตน์, การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการทางวินัยข้าราชการพลเรือน , 2543

สำนักงาน ก.พ., http://www.ocsc.go.th

US Merit Systems Protection Board, http://www.mspb.gov

http://www.wikipedia.com

ที่มา : ธนธัช ขุนเมือง

อ้างจาก: http://liberaloag.blogspot.com/2011/05/merit-system-vs-partronage-system.html : 06/02/2555

โฆษณา

Written by msprotect2555

กุมภาพันธ์ 6, 2012 at 5:48 am

เขียนใน องค์ความรู้

ความจริงในสถานการณ์ความขัดแย้ง 24 มิถุนายน 2555

ความจริงในสถานการณ์ความขัดแย้ง ฉบับที่ 1 วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2554

Written by msprotect2555

กุมภาพันธ์ 6, 2012 at 4:55 am

เขียนใน องค์ความรู้

ท่านพุทธทาสสอนการใช้อำนาจ

leave a comment »

Written by msprotect2555

กุมภาพันธ์ 6, 2012 at 3:26 am

เขียนใน Media / VDO

การศึกษายังเห็นแก่ตัว / ท่านพุทธทาสภิกขุ

leave a comment »

Written by msprotect2555

กุมภาพันธ์ 6, 2012 at 3:14 am

เขียนใน Media / VDO

ความฉลาดที่อันตราย / ท่านพุทธทาสภิกขุ

leave a comment »

Written by msprotect2555

กุมภาพันธ์ 6, 2012 at 3:09 am

เขียนใน Media / VDO

ธรรมาภิบาล (Good Governance)

leave a comment »

ธรรมาภิบาล ( Good Governance)

ธรรมาภิบาล ( Good Governance) คือ การปกครอง การบริหาร การจัดการการควบคุมดูแล กิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปในครรลองธรรม นอกจากนี้ยังหมายถึงการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน ธรรมที่ใช้ในการบริหารงานนี้ มีความหมายอย่างกว้าง กล่าวคือ หาได้มีความหมายเพียงหลักธรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่รวมถึง ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องชอบธรรมทั้งปวง ซึ่งวิญญูชนพึงมีและพึงประพฤติปฏิบัติ อาทิ ความโปร่งใสตรวจสอบได้ การปราศจากการแทรกแซงจากองค์กรภายนอก เป็นต้น

ธรรมาภิบาล เป็นหลักการที่นำมาใช้บริหารงานในปัจจุบันอย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุเพราะ ช่วยสร้างสรรค์และส่งเสริมองค์กรให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพ อาทิ พนักงานต่างทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตและขยันหมั่นเพียร ทำให้ผลประกอบการขององค์กรธุรกิจนั้นขยายตัว นอกจากนี้แล้วยังทำให้บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ศรัทธาและเชื่อมั่นในองค์กรนั้น ๆ อันจะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น องค์กรที่โปร่งใส ย่อมได้รับความไว้วางใจในการร่วมทำธุรกิจ รัฐบาลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและประชาชน ตลอดจนส่งผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เป็นต้น

ที่มา: (http://th.wikipedia.org)

ความหมายของธรรมาภิบาล: UNESCAP ได้กำหนดว่า หลักธรรมาภิบาล ประกอบด้วย 8 หลักการ คือ

1.      การมีส่วนร่วม (participatory)

2.      นิติธรรม (rule of law)

3.      ความโปร่งใส (transparency)

4.      ความรับผิดชอบ (responsiveness)

5.      ความสอดคล้อง (consensus oriented)

6.      ความเสมอภาค (equity and inclusiveness)

7.      การมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (effectiveness and efficiency) และ

8.      การมีเหตุผลอธิบายได้ (accountability)

(What is good governance: http://www.unescap.org/)

Written by msprotect2555

กุมภาพันธ์ 6, 2012 at 2:31 am

เขียนใน องค์ความรู้